วิธีกำจัด “ตะไคร่น้ำ” ภายในบ้านอย่างหมดจด ง่ายเพียงนิดเดียว!
❝ ตะไคร่น้ำ หรือมอส (Moss) มักขึ้นอยู่ตามพื้นที่ที่มีความชุ่มชื่นอยู่ตลอดเวลา โดยตะไคร่สีเขียวเหล่านี้ มักจะสร้างความรำคาญใจให้แก่ผู้เป็นเจ้าของบ้านอยู่เสมอ นอกจากนั้น ตะไคร่น้ำที่ขึ้นตามสายยาง หรือขึ้นอยู่ตามทางเดินที่เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุการลื่นล้มอยู่บ่อยครั้ง ❞
ตะไคร่น้ำคือ สาหร่ายเซลล์เดียวซึ่งเกาะยึดในพื้นที่ที่มีน้ำไหล เพราะน้ำที่ไหลมีทั้งออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และสารอาหารไหลเวียนดี แสงดี สาหร่ายพวกนี้จะมายึดเกาะ กลายเป็นผืนเขียว ๆ ประกอบไปด้วยสาหร่ายชนิดต่าง ๆ รวมทั้งพวก ไซยาโนแบคทีเรีย มาเกาะกลุ่มอยู่รวมตัวกัน บางกลุ่มเกาะยึดในบริเวณที่เปียกชื้น บางกลุ่มอยู่ในน้ำ แต่ละกลุ่มจะมีสีที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าตะไคร่น้ำมีสาหร่ายกลุ่มใดเป็นองค์ประกอบ
👉 เรามีคำแนะนำ วิธีกำจัด “ตะไคร่น้ำ” อย่างหมดจด เพื่อให้บ้านของเราสะอาดสวยงาม ปราศจากพืชสีเขียวเหล่านี้จะมีอะไรกันบ้าง ไปดูกัน . . .
1. ตะไคร่น้ำซ่อนตัวอยู่ในสายยางฉีดน้ำ
สายยางที่เราใช้อยู่ทุกวันเป็นประจำจะมีตะไคร่น้ำติดอยู่ บางบ้านที่ใช้สายยางแบบทึบอาจจะมองไม่เห็นด้านใน แน่นอนว่ามีตะไคร่น้ำแน่ ๆ ซึ่งมีวิธีกำจัดโดย นำแผ่นใยขัดพร้อมฟองน้ำหรือฝอยขัดหม้อ อันเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วมาฉีกฟองน้ำออก
จากนั้น ให้ม้วนแผ่นขัดใยให้มีขนาดเล็กกว่าขนาดสายยาง แล้วยัดแผ่นขัดใยเข้าไปในสายยางได้เลย เราจะใช้แรงดันของน้ำนำพาแผ่นขัดใยไปกำจัดตะไคร่น้ำ ทำซ้ำอีก 2-3 ครั้ง ถ้ารู้สึกว่าสายยางยังไม่สะอาด เท่านี้เหมือนได้สายยางใหม่ขึ้นมาทันที
2. พื้นปูนหน้าบ้าน
อีกหนึ่งบริเวณบ้านที่มักพบตะไคร่น้ำอยู่เต็มไปหมด โดยพื้นปูนหน้าบ้านหรือทางเข้าบ้านที่ลาดด้วยปูนซีเมนต์ นาน ๆ ไปมักมีคราบสีดำขึ้นมาเกาะและลามไปเรื่อย ๆ หากบริเวณนั้นชุ่มชื่นหรืออยู่ในช่วงฤดูฝน ตะไคร่น้ำสีเขียวจะมาทักทายกับพื้นปูนบ้านอย่างทันที วิธีกำจัดตะไคร่น้ำก็ทำได้อย่างง่าย ดังนี้
วิธีนี้อาจจะต้องมีตัวช่วย คือ เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง หรือเครื่องที่เราใช้ล้างรถนั่นเอง เพียงแค่เปิดและฉีดไปบริเวณที่มีตะไคร่น้ำ เพียงเท่านี้ตะไคร่น้ำก็จะหลุดและไม่อยู่ให้กวนใจอีกต่อไป
3. หลังคาบ้าน
หลังคาที่เรามองไม่เห็นนั้น ไม่ว่าจะเป็น หลังคาลานจอดรถ หลังคาบ้านสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ มักมีตะไคร่น้ำเกาะอยู่ ถึงแม้ว่าจะมีแดดส่องลงมาเป็นประจำก็ตาม ยิ่งช่วงฤดูฝนที่มีอากาศที่ค่อนข้างชื้น เป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดตะไคร่น้ำได้ง่ายเลยทีเดียว วิธีกำจัด คือ
ขั้นตอนแรก ให้นำ น้ำต้มเดือด มาเทลงไปยังบริเวณที่มีตะไคร่น้ำ แล้วตามด้วย ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น สบู่ ผงซักฟอก เป็นต้น จากนั้น ใช้แปรงหัวแข็ง ขึ้นมาขัดให้สุดแรง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
4. บริเวณทางเดินต่าง ๆ
ปัญหาทางเดินลื่น ๆ บริเวณทางเดิน ที่มักจะพบเห็นตะไคร่น้ำอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเดินผ่านกี่ที ทำความสะอาดกี่ครั้ง ตะไคร่น้ำก็ยังคงกลับมาอยู่เหมือนเดิม แถมบ้านหลายหลังนิยมใช้อิฐ เป็นองค์ประกอบในการจัดทางเดิน จึงทำให้เป็นพื้นที่ที่มีน้ำขังอยู่บ่อยครั้ง มีวิธีกำจัด คือ
ให้นำ น้ำยาทำความสะอาดเชื้อราและตะไคร่น้ำ มาเททิ้งไว้บริเวณที่มีตะไคร่น้ำเกาะอยู่ประมาณ 15-20 นาที จากนั้น ล้างออก แล้วใช้แปรงหัวแข็งขัดให้สะอาดจนพอใจ ล้างออกด้วยน้ำอีกครั้ง แค่นี้ก็ได้พื้นที่ปราศจากตะไคร่น้ำแล้ว
เห็นไหมว่า? จริง ๆ แล้วตะไคร่น้ำนั้นเกิดจากความชื้นเป็นสาเหตุหลัก ๆ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่บริเวณนั้น มีน้ำขังไม่ได้ไหลผ่านอยู่ตลอดก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่จะทำให้มีคะไคร่น้ำอยู่ก็เป็นได้
ตะไคร่น้ำ ต่างจาก มอส อย่างไร?
👉 ตะไคร่น้ำ เป็นพืชชั้นต่ำอย่างหนึ่ง มีหลายชนิด เป็นกลุ่มของสาหร่ายเซลล์เดียวหรือสาหร่ายชนิดอื่น ๆ รวมกัน เข้าใจว่าหลายชนิดสร้างสปอร์ในการแพร่ขยายพันธุ์
สาเหตุของการเกิดสาหร่าย คือ การตั้งอยู่ในจุดที่ได้รับแสงแดด ทำให้กลุ่มตะไคร่น้ำสังเคราะห์แสงและเจริญเติบโตได้
อุณหภูมิพอเหมาะแก่การเจริญเติบโตของตะไคร่น้ำ คือ ไม่มีสารเคมีที่ออกฤทธิ์ในการยับยั้งหรือทำลายตะไคร่น้ำ
ตะไคร่น้ำมักจะเกาะยึดในพื้นที่น้ำไหล เนื่องจาก น้ำไหลมีทั้งออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และสารอาหารไหลเวียนดี แสงดี สาหร่ายพวกนี้ก็ยึดเกาะและขยายเพิ่มจำนวน กลายเป็นผืนเขียว ๆ ที่เรียกว่า จะไคร่น้ำ ซึ่งนาน ๆ ไปจะสามารถหลุดลอยเป็นแผ่น ๆ ได้
👉 มอส เป็นพืชในกลุ่มแรก ๆ ที่พัฒนาตัวเองจากในน้ำขึ้นมาดำรงชีวิตอยู่บนบก ไม่มีทั้งราก ลำต้น และใบที่แท้จริง แพร่พันธุ์ด้วยสปอร์เล็ก ๆ ที่ลอยไปกับลม น้ำ หรือติดไปกับแมลง เกิดเป็นพรมสีเขียวสดที่พบได้ทั่วไปตามพื้นดิน เปลือกไม้ หรือพื้นผิวที่มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ แต่ปัจจุบันมอสไม่ได้เป็นเพียงพืชชั้นต่ำอีกต่อไป การนำมอสเข้ามาใช้เพิ่มสีเขียวให้กับบ้านและสวน กลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะให้ความสวยงามแล้ว มอสยังมีส่วนช่วยปรับสมดุลของสภาพแวดล้อมได้อีกด้วย






ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น